ไม่เคยมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เมื่อตาคุณมองไม่เห็น

คนตาบอดกับโอกาสที่ริบหรี่ในการเข้าถึงการเยียวยาจากรัฐ

28 เมษายน 2020 36 ครั้ง

จันเป็นหมอนวด

รับงานได้เงินรายชั่วโมง

ถ้าลูกค้าถูกใจก็จะให้ทิป

แต่ทิปของจันไม่ใช่การวางเงินไว้หัวเตียง เพราะจันเป็นหมอนวดตาบอด ! รวมแล้วได้ค่าคอร์สชั่วโมงละ 100-120 บาท จันนวดเป็นหมด เพราะจบหลักสูตรที่ได้รับการรับรองโดยการส่งเสริมและช่วยเหลือของสมาคมคนตาบอดฯเมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 และมีนโยบายเว้นระยะห่างทางสังคม รายได้ก็ดูจะเว้นระยะห่างจากกระเป๋าของจันไปด้วย แต่ไอ้ความยากลำบากในการดำเนินชีวิตนั้น จันไม่เคยเอามาคิดเป็นอุปสรรค เพราะเธอเชื่อว่าการโทษโชคชะตาเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ และท้อนั้นมีไว้ให้ลิงถือ

แต่ว่าคุณเอ๋ย ไม่ใช่ระยะเวลาแค่ 5 วัน 10 วัน เมื่อการว่างงานมันปาเข้าไปสามเดือนเข้าแล้ว บางทีมองโลกในแง่ดี แม้ตัวเองมีดวงตามืดบอดก็ไม่ไหวเหมือนกัน

"วันนั้นนั่งคิดกับตัวเองว่า เอาวะ อยู่อย่างนี้รอเบี้ยคนพิการอย่างเดียวก็แย่ ลองลงทุนกู้เงินมาทำขนมขายไปก่อนดีกว่า ขายไม่ได้ยังไงก็ได้กิน เงินตั้งหมื่นอย่างน้อยใช้ดี ๆ ยังซื้อเวลาได้"

จันหมายถึงนโยบายจากธนาคารของรัฐที่มีการประชาสัมพันธ์ให้กู้เป็น สินเชื่อฉุกเฉิน แก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด ภายใต้วงเงิน 10,000 บาท เธอเล่าว่า ตอนไปถึงธนาคาร ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คอยกดบัตรคิวให้ ในทำนองวันนี้คนเยอะ เธอต้องรอนานกว่าปกติ


แต่เมื่อตั้งใจแล้ว เอกสารเตรียมพร้อมอยู่ในซอง...นานแค่ไหนเธอก็จะรอ

"มองไม่เห็นแล้วจะอ่านสัญญาได้ไง"


เพียงแค่เพิ่งจะยื่นบัตรประชาชน เธอก็ถูกถามว่า จะอ่านสัญญาได้อย่างไรหากมองไม่เห็น เธอเองยังนึกคำตอบไม่ออกในทันที ยอมรับว่าความตั้งใจที่เตรียมมาหายหมด เธอตอบกลับไปอย่างเสียไม่ได้ "คงต้องรบกวนเจ้าหน้าที่อ่านสัญญาให้ฟังก่อนที่จะมีการทำสัญญาค่ะ"

หลังจากนั้นคล้ายกับว่าเธอถูกโถมด้วยคลื่นทะเลแห่งคำถาม
"ตาบอดสามารถเซนเอกสารได้ไหม ?"
"เซนไม่ได้ก็ไม่สามารถทำธุรกรรมให้ได้นะ"
"จริง ๆ คนพิการอาจต้องขอใบรับรองอาชีพด้วย มีไหม ?"

จันเข้าใจในมุมมองของเจ้าหน้าที่ จากการรับฟัง อีกฝ่ายเป็นห่วงว่าหากให้เธอทำธุรกรรม อาจเกิดปัญหาตามมาภายหลังได้ ด้วยความพิการของเธอที่มองไม่เห็นอาจมีโอกาสถูกหลอกลวงได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ...จากตรงนั้นจันแน่ใจว่าตัวเองคงหมดโอกาสเข้าถึงเงินกู้ก้อนนี้แล้วจริง ๆ แต่เมื่อมาถึงขนาดนี้ เธออยากพูดจาต่อรองแม้จะรู้ว่า สุดท้ายไม่เป็นผล


"รบกวนคุณเจ้าหน้าที่ ช่วยโทรศัพท์ไปที่สำนักงานใหญ่ของธนาคาร เพื่อตรวจสอบระเบียบ และวิธีปฏิบัติในการให้กู้กับคนตาบอดได้ไหมคะ" เธอปรึกษาแบบนั้นออกไป เนื่องจากเธอ ต้องการกู้เงินจริง ๆ ทั้งยังทราบข้อมูลจากเพื่อนคนตาบอดในพื้นที่อื่น ว่ามีหลายธนาคารสาขา สามารถทำรายการปล่อยสินเชื่อให้กับคนตาบอดได้

"อยากโทรก็โทรไปเอง แต่ที่นี่ไม่สามารถทำรายการให้ได้ เจ้าหน้าที่คืนบัตรประชาชนแล้วเดินจากไป"

...

ไม่รู้คนพิการทางสายตา จะต้องเจอปัญหาแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนเพราะหากพิจารณาถึงผู้ที่ที่เข้าข่ายมีสิทธิ์ขอสินเชื่อฉุกเฉิน ตามที่ธนาคารประกาศ พบว่าต้องเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระนอกภาคการเกษตร เช่น พ่อค้าแม่ค้า ลูกจ้าง/รับจ้างทั่วไป ขับแท็กซี่ มัคคุเทศก์ และ
- มีสัญชาติไทย และอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ทั้งนี้เมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลากู้แล้วอายุต้องไม่เกิน 70 ปี
- มีรายได้ไม่เกินเดือนละ 30,000 บาท
- มีที่อยู่อาศัยแน่นอนที่ติดต่อได้
- เป็นผู้ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19

ไม่มีขาดตกสักข้อ หมอนวดอิสระอย่างจันก้าวเท้าเข้าไปในธนาคาร ด้วยคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการ แต่เหมือนเดินเข้าหลักประหาร ให้เจ้าหน้าที่เงื้ออาวุธฟาดฟัน เพียงเพราะเธอตาบอด


ในเรื่องนี้มีข้อเสนอมากมายจากฝ่ายปฏิบัติงานในองค์กรช่วยเหลือคนพิการ แต่หัวใจสำคัญของข้อเสนอเหล่านั้น คุณสุนทร สุขชา ฝ่ายกฎหมายสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยบอกว่า

อันดับแรกคือกรณีนี้ได้รับผลกระทบจากโควิด เขาไม่ได้ไร้หนทางทำกินแล้วเดินมาขอความช่วยเหลือ การทำงานเป็นหมอนวดมีรายได้ หมายความว่าเขามีศักยภาพในการผ่อนชำระคืนเงินต้นให้แก่ธนาคารได้ เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างกลับคืนสู่ปกติ ดังนั้นผู้กำหนดนโยบายต้องออกประกาศให้ชัดเจนจะเอายังไง เพราะตอนนี้บางสาขาให้เปิดบัญชี ให้กู้ บางสาขาบอกกู้ได้ แต่มองไม่เห็นให้เปิดบัญชีไม่ได้ อำนาจการตัดสินใจเลยขึ้นกับบุคลากรของธนาคาร มันไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่เป็นปัญหาในการส่งเสริมความเท่าเทียมของสังคม เพราะหากมองดูปัจจุบันคนพิการ และคนตาบอดเองเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในการช่วยให้พวกเขาดำเนินชีวิต แต่การออกแบบทั้งมวลนั้นได้คำนึงถึงคนเหล่านี้หรือไม่ ...เอาง่าย ๆ แค่จะเดินขึ้นบันไดธนาคารหลายแห่งยังยากเลยเพราะอยู่สูง บันไดชัน บางที่ดีหน่อยมีลิฟท์บริการ บางที่ลิฟท์เล็กไปวีลแชร์เข้าไม่ได้ ต้องแบกขึ้นแบกลง

นักกฎหมายของสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ย้ำใน 2 เรื่องใหญ่ คือ การออกแบบเพื่อคนทั้งมวล ซึ่งหมายถึงการคำนึงถึงคนพิการ ผู้สูงอายุ และทุกคน และเรื่องสำคัญคือการที่ต้องไม่เลือกปฏิบัติ ไม่คิดแทนคนพิการ เพราะหากคุณสมบัติของบุคคลเป็นไปตามที่กำหนด เขาควรได้รับสิทธิในการเข้าถึงสินเชื่อ กองทุน และการเปิดบัญชีธนาคาร

จันกลับถึงบ้านแล้วพบว่าเสียเวลาไปกับการนั่งรอคิวที่ธนาคารกว่าสองชั่วโมง เพื่อถูกปฏิเสธในเวลาไม่ถึง 5 นาที โชคยังดีที่เธอไม่ถอดใจกับเรื่องนี้ แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า โชคดี แบบนี้จะเกิดขึ้นกับเธอในทุกวัน

___________________________________


ร้านนวดของจันสามารถกลับมาเปิดทำการได้ตามปกติแล้ว เมื่อรัฐบาลประกาศคลายล็อค แม้จะพ่วงมาด้วยข้อกำหนดมากมาย แต่ก็ยังดีกว่าการไม่สามารถทำมาหากินได้ ... แต่น่าเสียดาย จันต่อสายมาแจ้งว่าร้านที่หนูทำงานปิดแล้วนะคะ เจ้าของเพิ่งบอกว่าให้ทุกคนหางานที่ใหม่ทำ ตอนนี้ตัวเจ้าของเองก็กลับไปอยู่ต่างจังหวัดแล้ว

บทความอื่นๆ

กับคำถามที่ว่า เมื่อไรรัฐจะฟังเสียงของภาคประชาสังคม

อ่าน 44 ครั้ง

อ่านบทความนี้

บทความจากการลงพื้นที่สำรวจ "คนจนใหม่" โดย ณฐาภพ สังเกตุ

อ่าน 34 ครั้ง

อ่านบทความนี้

เรื่องราวของภาคประชาสังคมที่ทำงานกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ และพนักงานบริการ

อ่าน 50 ครั้ง

อ่านบทความนี้

Copyright © 2013 สถาบันส่งเสริมภาคประชาสังคม