คลีนิคมนุษย์ล้อ…ซ่อมเพื่อหมุนต่อโลกของคนพิการ

“คืนหนึ่งในหน้าหนาว ตอนนั้นผมอายุ 17 ปี ไปเที่ยวงานงิ้วกับเพื่อนอีกสองคน ดูหมอลำเซิ้งกันมันหยด ขากลับพวกเราเกิดอุบัติเหตุ เพียงเสี้ยววินาทีรถมอเตอร์ไซค์แฉลบลงข้างทาง เพื่อนคนหนึ่งพุ่งชนกับก้อนหินหัวเละ อีกคนชนเสาไฟฟ้าตายทั้งคู่  ส่วนผมโชคดีกระเด็นไปไกลหน่อย ไกลจนขนาดตอนที่กู้ภัยมาเก็บศพเพื่อน พวกเขาตามหาตัวผมไม่เจอ !”

นั่นเป็นความทรงจำแรกหลังจาก พิบูลย์ บุติพันคา ต้องตื่นขึ้นมาพบว่าเขาจะไม่สามารถเดินได้อีกต่อไป หมอบอกว่ากระดูกสันหลังหักเส้นประสาทขาของเขาขาด “ใช้ชีวิตบนรถเข็นมาแล้ว 13 ปี เราต้องฝึกใช้ชีวิตใหม่หมด ฝึกนั่ง ฝึกใช้รถเข็น อยู่ 2-3 ปี ก็เริ่มอยากมีงานทำจึงกลับไปที่ร้านอาหารเดิมซึ่งเคยเล่นดนตรี พอไปเล่น ทางเจ้าของก็ส่ายหัวเพราะเราเป็นคนพิการ พอใช้รถเข็นเขาต้องปรับสภาพเวที ปรับสภาพร้านเขา เขาเลยไม่ให้เล่นต่อ”

จากนักดนตรีกลางคืนที่มีคนติดตามมากมายกลายเป็นได้แค่ผู้ชายหนวดเฟิ้มบนรถเข็นวีลแชร์ แต่สายรุ้งที่สดใสต้องใช้ห่าฝนจำนวนมากสร้างมันขึ้นมา พิบูลย์ บุติพันคา จึงเดินหน้าทำงานเพื่อสร้างคุณค่าให้ตัวเองด้วยประสบการณ์และทักษะในทางช่างของเขา

“เรารู้สึกอึดอัด เพราะหาเงินหาทองลำบาก จึงเริ่มรู้สึกว่าการเป็นคนพิการมันลำบากจัง เราน่าจะทำอะไรให้เพื่อน ๆ และทำอะไรที่คนพิการคนอื่นได้ประโยชน์ดีกว่า เลยเริ่มค้นหาก็มาเจองานสมาคมคนพิการในตัวจังหวัด เริ่มทำแบบอาสาสมัครมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 จนกระทั่งในปี 58 เขามีกฎหมายจ้างงานคนพิการจึงเริ่มมีเงินสนับสนุนเข้ามา”

เริ่มต้นจากตรงที่เขาอยากจะช่วยซ่อมรถเข็น และออกแบบกายอุปกรณ์สำหรับคนพิการ…จึงร่วมกับเพื่อนรวมตัวเป็น ชมรมคลีนิคมนุษย์ล้อจังหวัดหนองบัวลำภู หลังจากวันนั้นทุกอย่างคือตำนาน

“เราเปิดเป็นคลีนิคสำหรับซ่อมรถเข็นสำหรับคนพิการ เพราะคนพิการแต่ละคนมีความพิการไม่เท่ากันไม่เหมือนกัน จะใช้แบบเดียวกันเลยไม่ได้ ตอนนี้มีสมาชิกในชมรมทั่วจังหวัดหนองบัวลำภู ในหนึ่งวันเราสามารถซ่อมรถโยกได้ 2-3 คัน ถ้าวันไหนไม่มีงานซ่อมเราก็มีงานผลิต ในหนึ่งปีเราซ่อมมากกว่า 700 คัน ผลิตรถสามล้อมอเตอร์และสามล้อโยกได้มากกว่า 20 คัน มันก็แบ่งเบาภาระของคนพิการได้”

ปัจจุบันคลีนิคมนุษย์ล้อได้ขยายงานออกไปรวมเป็น 4 จังหวัด ที่เพิ่มขึ้นมาคือ เชียงราย กรุงเทพ และชลบุรี แม้ในช่วงแรกจะเป็นการลงแรงร่วมกัน แต่ในรอบสองปีที่ผ่านมาชมรมได้รับการสนับสนุนจากโรงพยาบาลเอกชนช่วยสนับสนุนทุนให้ซื้อเครื่องมือ และอุปกรณ์ซ่อมที่ทันสมัยขึ้น ทำให้งานของคลีนิคมนุษย์ล้อทำได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

“หลายคนบอกว่าตัวเองยังแทบดูแลไม่ได้ มาทำงานแบบนี้ทำไม มารวมกลุ่มกันทำไม คงต้องบอกว่าคนพิการเองมีหลายระดับ การที่เราซึ่งเป็นคนพิการลุกขึ้นมารวมกันเป็นภาคประชาสังคมทำให้เราได้โอกาสใหม่ ๆ มากมายหลายอย่างในชีวิต มีเสียงที่ดังกว่าการพูดอยู่คนเดียว ที่สำคัญพอมีการรวมกันเป็นกลุ่ม เราก็สามารถเข้าถึงปัญหาได้กว้างขวางขึ้น ให้การช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างทันท่วงทีมากขึ้น”

ไม่สำคัญว่า คุณจะเป็นใคร

…แต่สุดท้ายถ้าคุณกำลังจะทำเรื่องดี ๆ ให้กับสังคม ผู้คนจะจดจำความดีของคุณมากกว่าสิ่งที่คุณเป็น…