พาราควอตไม่ได้แค่แวะมานอนเล่นในท้องเราทุกคน

ตลอดสองปีที่ผ่านมา หากว่าใครมีโอกาสได้ติดตามข่าวสารด้านการเกษตรก็จะได้ยินคำว่า “พาราควอต” กันอยู่บ้าง พาราควอต หรือชื่อเล่น ยาเผาไหม้ เป็นสารเคมีจำกัดวัชพืชเข้มข้นชนิดดูดซึมเข้าทางใบที่นิยมใช้กันมากในประเทศไทย เนื่องจากต้นทุนของสารเคมีตัวนี้คุ้มค่ากับการลงทุนในชนิดที่ว่า “ถูกแต่ดี” มีฤทธิ์รุนแรงไม่แยแสศัตรูพืชหน้าไหนทั้งนั้น หมอนี่กวาดเรียบ แต่หากมองกันที่เรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วย่อมน่าเป็นห่วง เมื่อมีการศึกษาพบว่า พาราควอต เป็นต้นตอของการทำให้ตับและไตวายได้ เพื่อให้เห็นภาพง่าย ๆ หากเราดื่มพาราควอตหนึ่งฝาขวดน้ำเปล่าเข้าไป ฤทธิ์ของมันก็รุนแรงจนสามารถทำให้ตายได้ในทันที

 

วันนี้ “ไทยแอ็ค” ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือ Thai-pan ในงานมหกรรมสมุนไพรและอาหาร ครั้งที่ 3  ซึ่งจัดขึ้นที่ อิมแพ็ค อารีน่า ชาเลนเจอร์ฮอลล์ ภายใต้แนวคิด กินเปลี่ยนวัย เธอมาพร้อมกับนิทรรศการแผงผักที่ถูกตรวจพบสารเคมีตกค้างมากมาย ทำให้แอบคิดไม่ได้ว่า เป็นไปได้ไหมที่พาราควอตอาจจะแค่แวะมานอนเล่นในท้องของเราทุกคน เพราะจากผักปนเปื้อนสารเคมีที่เธอนำมาแสดงให้ดูนั้นคุ้นหน้าคุ้นตาผู้บริโภคอย่างเราเป็นอย่างดี

ทำไมต้องออกมาเคลื่อนไหวให้ยกเลิกการนำเข้า และการใช้พาราควอตในประเทศไทย ?

:           การลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกเลิกการนำเข้าและการใช้สารเคมีทางการเกษตรโดยเฉพาะพาราควอต คือการทำให้ผู้บริโภครวมถึงตัวเกษตรกรเองตื่นตัวและลุกขึ้นมามีปากเสียงกับผู้กำหนดนโยบาย ซึ่งนโยบายใดที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ถ้าประชาชนมีพลังจะสามารถช่วยคัดค้านและทำให้พวกเขาไตร่ตรองมากขึ้น เพราะจากการพิสูจน์ก็มีหลักฐานในทางวิทยาศาสตร์ปรากฏมากมายว่าพาราควอตนั้นอันตราย เมื่อรู้อยู่แล้วว่าอันตราย ทำไมเราจึงต้องทนกินยาฆ่าหญ้าทุกวี่วัน และต้องยอมให้ผู้กำหนดนโยบายทำอะไรที่ส่งผลกระทบต่อสังคมด้วย

 

แล้วท่าทีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพาราควอตตอนนี้เป็นอย่างไร ?

:           เราแปลกใจมากที่เขาเห็นสารเคมีทางการเกษตรเป็นนวัตกรรม มันประหลาดมาก กับการพูดถึงสารเคมีในสมัยสงครามโลกแล้วบอกว่า มันเป็นเครื่องมือ มันเป็นนวัตกรรม แล้วยิ่งกระแสของโลกทุกประเทศเบนเข็มไปให้ความสำคัญกับการทำการเกษตรที่ปลอดภัย เกษตรยั่งยืน เราก็เลยสงสัยเหลือเกินว่ากรอบคิดของผู้กำหนดนโยบายคิดอะไร ถึงยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเอายังไงดีกับเรื่องนี้ หลายหน่วยงานเองก็มีความเห็นขัดแย้งกัน อย่างกรมโรงงานมีมติไม่แบน แต่ทางกระทรวงสาธารณสุขกับกระทรวงเกษตรมีมติร่วมว่าให้แบน คณะกรรมการวัตถุอันตรายก็มีมติไม่ยกเลิก แต่ให้จำกัดการใช้ สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลและคณะกรรมการวัตถุอันตรายว่าจะเอายังไง

 

อะไรเป็นผลกระทบนอกจากบอกว่าพาราควอตอันตราย แล้วถ้ายกเลิกการนำเข้าสารเคมีตัวนี้จะให้เกษตรกรไปใช้อะไร ?

:           ต้องบอกว่าพาราควอตเป็นสารเคมีที่โลกปฏิเสธ แต่ประเทศไทยกล้าเปิดรับ ทั้งที่ 51 ประเทศยกเลิกไปแล้ว ซึ่งเขาตีความว่าการใช้สารเคมีร้ายแรงชนิดนี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และทำให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบร้ายแรง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องกินเรื่องอยู่ มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลที่พบว่ามีพาราควอตตกค้างในทารกแรกเกิดมากกว่าครึ่งของทารกที่เกิดใหม่ในประเทศไทย เหมือนกับออกมาพร้อมกับขวดยาฆ่าหญ้า ลองคิดว่าถ้าวันนี้ประเทศไทยและเกษตรกรของประเทศไทยตัดใจจากการใช้ยาฆ่าหญ้าตระกูลพาราควอต เราอาจจะได้เห็นแนวทางการจัดการวัชพืชรูปแบบใหม่ของประเทศไทยก็ได้ นี่เป็นโอกาสที่ดีมาก ยกตัวอย่างง่าย ๆ เพื่อนบ้านของเรา เช่น ประเทศลาว หรือกัมพูชา ซึ่งยกเลิกการใช้พาราควอตไปแล้ว ก็ยังทำกระบวนการผลิต ยังอยู่กับระบบเกษตรกรรมที่ไม่ต้องพึ่งยาฆ่ายาชนิดนี้ได้ คำถามคือเราด้อยพัฒนาจนไม่สามารถค้นหาวิธีการจัดการวัชพืชได้ทัดเทียมเพื่อนบ้านได้เลยหรือ ?

 

ดูเป็นไม้ซีกงัดไม้ซุง ประชาชน เกษตรกร ร้องขอต่อรัฐ คิดว่าจะมีการยกเลิกการนำเข้าและการใช้พาราควอตในประเทศไทยไหม ?

:           ยุคสมัยนี้การรวมกลุ่มกันของภาคประชาชนนั้นจำเป็นอย่างมาก ที่เห็นชัดเลยคือทุกคนที่มาร่วมคัดค้านการใช้สารเคมีทางการเกษตรเหล่านี้ ที่ไม่ใช่แค่ผู้บริโภคนะ ตัวเกษตรกรเอง นักวิชาการเองก็ด้วยกำลังถามหาสิ่งเดียวกัน คือความปลอดภัยในชีวิตของพวกเขา มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกเมื่อคนเห็นปัญหามารวมตัวกัน ซึ่งมาจากกลุ่มที่หลากหลายอาชีพ ทุกพวก ทุกสี ไม่มีการแบ่งขั้วเลยที่เข้ามาร่วมกันเคลื่อนไหวเรื่องนี้ ปัจจุบันเราได้รับการมีส่วนร่วมจากกว่า 700 องค์กรทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อยิ่งเห็นความตื่นตัวความไม่นิ่งเฉยต่อปัญหา แล้วเราลุกขึ้นมาเรียกร้องการแก้ไขภายใต้รัฐบาลทหารแบบนี้ มันก็ยิ่งเป็นภาพที่น่าแปลกใจมาก ๆ แล้วทำไมเราจะต้องสิ้นหวัง เพราะเจ้าของประเทศนี้คือประชาชนทุกคน

 

ถ้าวันนี้ผมยังบอกว่าผมไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยล่ะ เพราะผมไม่กินผัก?

:           เรื่องนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ถ้าคุณเป็นผู้บริโภค ยังไงครอบครัวคุณ คนรอบข้างคุณก็ต้องมีโอกาสได้รับผลกระทบ มันไม่ได้เป็นแค่เรื่องของเกษตรกรกับบริษัทนำเข้าสารเคมีทางการเกษตร เพราะการจะมีอาหารที่ปลอดภัยเราต้องร่วมกันสร้าง ผู้บริโภคเองก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา อย่าชี้ไปที่เกษตรกร เพราะวันนี้ประชาชนต้องรู้ความจริงว่าสารเคมีทางเกษตรพวกนี้แทบทุกชนิดเรานำเข้าโดยไม่มีระบบการเฝ้าระวังการแจ้งเตือนภัย เกษตรกรและผู้บริโภคเองก็ไม่ได้มีเวลามาตรวจสอบข้อมูล นี่จึงจำเป็นที่เราต้องช่วยกันลุกขึ้นมาร่วมกันเป็นภาคประชาสังคมในการติดตามปัญหาเหล่านี้และทุก ๆ ปัญหา แต่ถ้าจะบอกว่าไม่เกี่ยว ไม่ทำอะไรก็ทำได้ เพราะนั่นเป็นสิทธิในการแสดงออกส่วนบุคคลที่เราต้องเคารพ

ต่อเมื่อแอบถาม ปรกชล หลังจากการพูดคุยกันแล้ว เธอทำหน้าเรียบเฉยแล้วบอกว่าปัญหาที่ทำให้เคลื่อนไหวเรื่องนี้ยากนอกจากเรื่องอุปสรรคทางการเมืองและเรื่องผลประโยชน์แล้ว มันยังมีเรื่องของกรอบแนวคิดที่เกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศโตมากับยุคสมัยของการใช้สารเคมี ให้ความสำคัญกับผลผลิต และอุปสรรคเรื่องการปิดกั้นเสรีภาพในการรวมกลุ่มกันของภาคประชาชน แต่เมื่อคนไทยได้ร่วมกันออกมา “แอ็ค” ขนาดนี้แล้ว เธอก็ยืนยันจะไม่ถอยอย่างแน่นอน

หากใครอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องพาราควอต ก็สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ www.thaipan.org แต่ตอนนี้ชักเริ่มไม่แน่ใจว่า พาราควอตแค่แวะมานอนเล่นในท้องของเราทุกคนแล้วออกไป หรือมาไกวเปลพังตับไตของเราโดยไม่รู้ตัว

 

 

สัมภาษณ์ / เรียบเรียง  :  นพพล ไม้พลวง