เทใจ-สร้างทาง

เทใจ-สร้างทาง

พลังจิตอาสาประชารัฐพิทักษ์แม่แจ่ม เปลี่ยนโลกพระจันทร์ให้เป็นถนน

“การไปแม่แจ่มสมัยโน้น ต้องไปอ้อมฮอดแล้ววกเข้ามาข้างใน ถนนไม่มี ทางลูกรังอย่างเดียว ก็แปลว่าจะไปแม่แจ่ม

สิบชั่วโมงไม่ถึง ขับรถไม่ถึง ไม่ใช่ไม่ถึงสิบชั่วโมงนะ สิบชั่วโมงไม่ถึง ออกตีสามบ้าง ตีสองบ้าง พระองค์ทรงไปหา

น้ำให้ชาวเขา เสด็จพระราชดำเนินขึ้นเขาไปสามลูกสี่ลูก พระองค์ท่านเหนื่อย แต่ไม่แสดงออก”

(นภันต์ เสวิกุล ผู้บันทึกย่างพระบาทที่ยาตรา)

 

แม้เวลาจะล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ไปแล้ว แต่เขายังนั่งอ่านหนังสือเล่มนี้อยู่จนยากที่จะวางลงได้ น้อมระลึกอย่างสุดซึ้ง

ในพระกรุณาของพระองค์ท่าน 1 ปีแล้วที่พระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย “ทุกเส้นทางที่พระองค์เสด็จฯ ไปทรงงาน เรื่องความ

ยากลำบากไม่ต้องพูดถึง บางพื้นที่ต้องเดินเท้านานนับชั่วโมง”  และทำให้ความเหนื่อยหนักที่เขาแบกรับไว้หายเป็นปลิดทิ้ง

เขามองไปที่รูป  “พระองค์ท่าน”  นี้อาจคือบททดสอบช่วงสำคัญของชีวิตเขาในการ “บำบัดทุกข์-บำรุงสุขราษฎร” ผ่านภารกิจ

ท้าทายที่รอบด้าน รับใช้ความปรารถนาในใจตัวเอง ลงมือทำในสิ่งที่ยากยิ่งโดยไม่มีใครบังคับ

เพราะ “ที่นี่” คือ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ คือ พื้นที่ต้นกำเนิดน้ำแม่แจ่มซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำปิง พื้นที่กว่า 1 ล้าน

7 แสนไร่เป็นภูเขาสูงกว่า 70 % ที่ราบเชิงเขา 20 % ที่ราบเพียง 10 %  และพื้นที่เกือบทั้งหมดตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

แม่แจ่ม และบางพื้นที่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ทางราชการเพียง 2 หมื่นกว่าไร่เท่านั้น เมื่อมีการ

ประกาศใช้ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507  ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมที่อยู่อาศัยและ

ทำกินมาก่อน จึงกลายเป็นผู้ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของตนเอง และนำมาสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความ

ไม่เป็นธรรม กระทั่งความไม่อยู่เย็นเป็นสุขของคนในพื้นที่นานัปประการ

 

_______________________________

“ปัญหาที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องหนี้สิ้นหลายแสนที่เป็นผลมาจากความยากจน การปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่เข้าไม่ถึงเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเอง ปัญหาหมอกควันไฟป่า น้ำท่วม ภัยแล้ง ดินโคลนถล่ม ที่ยังขาดระบบการแจ้งเตือน ปัญหาขยะ การจัดการแหล่งน้ำที่ยังขาดประสิทธิภาพ  ความไม่มั่นคงในที่ดินทำกินที่ยังไม่มีการจัดระบบโซนนิ่งให้ชัดเจน

การทำการเกษตรที่ยังไม่สอดคล้องกับระบบนิเวศน์และสร้างความมั่นคงทางรายได้ได้จริง คุณค่าของตลาดที่ไม่สอดคล้องกับฝีมือชาวบ้าน อย่างผ้าซิ่นตีนจกจากแม่แจ่ม ชาวบ้านใช้เวลาทอนานกว่าสี่เดือนแต่มีราคาเพียงไม่กี่พันบาท

อีกปัญหาสำคัญ คือ เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ถนน ไฟฟ้า สัญญาณโทรศัพท์  ก็ยังไม่ครอบคลุมทั่วถึง การพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลต่างๆ

โดยเฉพาะในเรื่องถนนหนทาง ที่ยังมีความยากลำบากในการเดินทาง ยังขาดการพัฒนาให้มีมาตรฐาน และทั่วถึงครอบคลุมทุกพื้นที่ ทุกหมู่บ้าน

บางหมู่บ้านยังเป็นถนนลูกรัง ถนนดิน ที่ยามฝนตกแทบจะใช้สัญจรไม่ได้ และส่งผลต่อการเดินทาง ทั้งยามเจ็บไข้ได้ป่วย ออกไปหาหมอไม่ทันเวลา การขนส่งพืชผลทางการเกษตรเพื่อนำไปขาย

กระทั่งเป็นส่วนสำคัญเรื่องท่องเที่ยวในพื้นที่แม่แจ่ม การเข้าไม่ถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงภูมินิเวศน์ต่างๆ ซึ่งนายอำเภอมองว่าจะเป็นส่วนส่งเสริม ยกระดับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจฐานรากของชุมชนและคนแม่แจ่ม เหล่านี้ก็ยังมีข้อจำกัดไม่น้อยอยู่ ซึ่งมาจากปัญหาเริ่มต้นจากเรื่องถนนนี้เอง

แง่หนึ่งอาจเป็นเพราะข้อกฎหมายป่าไม้ที่ดิน ที่กำหนดไว้ว่าการก่อสร้างในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ ต้องได้รับการอนุมัติให้ใช้พื้นที่ก่อน ดังนั้นแม้ได้รับงบประมาณมาแต่ก็อาจติดขัดในกฎหมายดังกล่าว นี้ไม่ต้องพูดถึงงบประมาณที่มีจำกัด และจำเป็นต้องนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นที่เร่งด่วนและสำคัญกว่า”

นายอำเภอแม่แจ่ม “บุญลือ ธรรมธรานุรักษ์” เล่าด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า

________________________________

 

อาจเป็นเพราะเขาพึ่งเดินทางกลับมาจากบ้านสบแม่รวม ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ หมู่บ้านแห่งนี้ห่างจากตัวอำเภอ

ประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางไป – กลับ กว่า 4 ชั่วโมง บางตอนเป็นถนนลูกรังสูงชัน   เพื่อไปเยี่ยมเยียนชาวบ้าน

ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัย และทำให้ถนนพังทลาย จนไม่สามารถสัญจรและขนส่งผลผลิตต่าง ๆ ออกมา

นอกหมู่บ้านได้ เขาเล่าถึงความน่าสนใจของภารกิจนี้ว่า

 

“ถนนที่นี่ยังมีปัญหาอยู่ ขนาดบางหมู่บ้าน มีถนนแล้ว แต่ถนนพัง ใช้งานไม่ได้ หากรอเวลาให้อำเภอหรือหน่วยงานอื่น ๆ เข้ามาแก้ไข ก็จะทำให้หมู่บ้านต้องตัดขาดจากโลกภายนอกยิ่งขึ้น ไม่นับคนป่วยที่ไปโรงพยาบาลไม่ได้ เด็กเดินทางไปโรงเรียนลำบาก พืชผลการเกษตรที่ต้องส่งตลาดก็จะเสียหายมากขึ้น

ด้วยสถานการณ์เหล่านี้เอง ทำให้ผู้ใหญ่บ้านแต่ละแห่ง เช่น ที่บ้านสบแม่รวม พ่อหลวงชัยศรี กัลยางามเลิศ จึงชักชวนลูกบ้านมาแก้ไขปัญหาเรื่องถนนด้วยกัน โดยเฉพาะช่วงที่พังทลายมากๆ บ่อยครั้ง จนต้องทำเป็นถนนคอนกรีตแทน

เส้นทางต่างๆนี้จึงเป็นถนนที่ชาวบ้านทุ่มเทใจในการสร้างขึ้นมาด้วยกัน ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงบ้านเกิดตนเอง ไม่งอมืองอเท้า ผ่านพลังจิตอาสา เป็นพลังที่ถูกสานขึ้นมาในการร่วมพิทักษ์พัฒนาให้แม่แจ่ม บ้านของเรามีความสะดวกสบาย อยู่รอดปลอดภัย โดยมีผู้ใหญ่จากภายนอกให้การสนับสนุน แบ่งปัน

สถานการณ์เหล่านี้ หากไม่ลุกขึ้นมาทำอะไร จะยิ่งทำให้ชาวบ้านต้องตกอยู่ในสภาพด้อยโอกาส เหลื่อมล้ำ เข้าไม่ถึงมากขึ้น

การลงมือทำถนนของชาวบ้านเห็นได้ว่าเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน ในเวลาไล่เรี่ยหลายหมู่บ้าน เป็นสัญญาณว่า ชาวบ้านหลายพื้นที่

ไม่รอความช่วยเหลือจากทางการเหมือนที่ผ่านมา อะไรลงมือทำกันเองได้ อะไรแบ่งเบางานภาครัฐได้ ชาวบ้านก็พร้อมเหนื่อย

ไปด้วยกัน หากหน่วยงานอื่น ภายนอกอยากช่วยเหลือ ต้องคำนึงว่าการช่วยใด ๆ นั้น ถูกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ต้องช่วยแบบที่

ให้ชาวบ้านสามารถดูแลพึ่งพาตนเองได้ด้วย ช่วยแบบเข้าใจความต้องการพื้นฐานของพวกเขา ที่สำคัญ คือ ช่วยแบบเข้าใจ

ที่เป็นการให้แบบจริงใจ และไม่มีผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝง

 

บทบาทองค์กรภาคประชาสังคม องค์กรเอกชนต่างๆ จึงเป็นหุ้นส่วนสำคัญของภาครัฐ โดยเฉพาะรัฐท้องถิ่นที่

ต้องการสนับสนุนและทำงานควบคู่กันไป ดังที่นายอำเภอบุญลือ เล่าต่อว่า

“ผมคิดว่าพื้นที่แม่แจ่มมีลักษณะเด่นของตนเอง บทบาทนายอำเภอที่ผ่านๆมา ถางเส้นทางไว้ให้ผมเดินต่อได้ง่าย โดยเฉพาะบูรณาการความร่วมมือหลายฝ่ายเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของพื้นที่ มีองค์กรภาคประชาสังคมหลายภาคส่วน ที่สามารถประสานทรัพยากรเข้ามาทำงานเป็นหุ้นส่วนรัฐได้ดี

เช่น มูลนิธิรักษ์ไทย มูลนิธิไทยรักษ์ป่า มูลนิธิฮักเมืองแจ่ม มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ สภาคริสตจักรในประเทศไทย และองค์กรประชาสังคมอื่นๆอีก ที่ผมไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่ทำงานอย่างขยันขันแข็งในแม่แจ่ม นอกจากนั้นแล้วยังมีหน่วยงานภาครัฐ เช่น GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ GistNorth ศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศภาคเหนือ เป็นต้น เหล่านี้ ต่างคือหุ้นส่วนรัฐในการพัฒนาประเทศให้เกิดความยั่งยืนทั้งสิ้น”

 

เพราะการ “บำบัดทุกข์-บำรุงสุข” คือยุทธวิธี ที่ปลายทางคือ “ความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชน” ดังนั้นนายอำเภอจึงต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้ข้อจำกัดใดกลายมาเป็นอุปสรรคในการทำงานไม่สำเร็จ

ข้อจำกัด คือความท้าทายที่รอให้เอาชนะ มิได้เป็นกำแพงที่กั้นขวางและสร้างความเป็นไปไม่ได้ขึ้นมา

การฝ่าข้ามข้อจำกัด หนึ่งในนั้น คือ พลังจิตอาสาของการให้ การระเบิดจากข้างใน การสร้างความหมายใหม่ คุณค่าใหม่ และความสุขในรูปแบบใหม่ ที่ได้ลงมือทำอะไรเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมร่วมกัน จากทางของชาวบ้าน ฝันของนายอำเภอ กลายเป็นเส้นทางของเรา เส้นทางประชารัฐร่วมพิทักษ์แม่แจ่ม เส้นทางพลเมืองแม่แจ่ม

มาวันนี้เองการสานพลังจิตอาสา ถักทอความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคมอันหลากหลาย เป็นปฏิบัติการของคนธรรมดาสามัญที่หัวใจเดียวกัน สร้างสังคมที่ไม่ทอดทิ้งกัน เพื่อขับเคลื่อนให้แม่แจ่มบรรลุเป้าหมายอยู่เย็นเป็นสุข ประชาชนในพื้นที่มีสุขภาวะที่ดี

นี้จึงคือภารกิจที่สำคัญของเขานับแต่บัดนี้และตลอดไป

 

 

______________________________________________________

บุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์