เมฆ ฝน โปรยลงป่า

เมฆ

มีคนเคยถามฉันว่า “ชอบฤดูไหนมากที่สุด” ฉันตอบไปว่า ฤดูร้อน มันไม่ใช่เพราะฉันชอบอากาศร้อนหรอกนะ แต่เป็นเพราะฤดูร้อน ทำให้ฉันมองดูท้องฟ้าเปิด เหมือนมีเหล่ามวลเมฆเริงระบำ ให้ดูอย่างเพลิดเพลิน แต่ในใจฉัน เมฆ ก็คือเมฆ มันไม่มีอะไรซับซ้อนในเชิงวิทยาศาตร์อยู่ในหัว จะดีที่สุดเมฆก็คือเพื่อนคลายเหงาในวันที่ฉันเดียวดาย

จนเมื่อฉันได้เข้าร่วมกิจกรรม We are CSO ภาคประชาสังคมใคร ๆ ก็เป็นได้ ตอน ปฏิบัติการพุ่งชนเมฆ กับไทยแอ็ค ได้พบกับ ครูชิว (ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ) มันทำให้ฉันรู้จักเพื่อนที่ชื่อเมฆดีกว่าเดิม ได้เห็นว่าภายใต้ก้อนสีขาวนั้น มีเรื่องราว ทั้งในเชิงความหมายต่อปรากฎการณ์ และความงดงามของธรรมชาติซ่อนอยู่  แถมเพิ่งได้รู้ว่าประเทศเรามี Facebook สำหรับกลุ่มคนชอบเมฆอย่าง “คนรักมวลเมฆ” ที่ถ้าคุณมีโอกาสเข้าไป คงจะได้พบกับคนที่รักก้อนเมฆ และเมฆในแบบที่คุณไม่เคยเห็นมากมาย

เราว่าการดูเมฆมันเยียวยาหัวใจเรานะ อย่างน้อยช่วงเวลาที่ได้ดู เราก็ได้อยู่กับความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง ได้ทบทวนเรื่องราวทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตอันใกล้

ต่อไปนี้เมฆคงไม่ได้มีความหมาย แค่กลุ่มก้แนบนฟ้าแล้วล่ะ แต่มันคงมีเรื่องราวให้ฉันได้ตามต่ออีกมากมาย

ฝน

เมื่อมีคนเคยถามฉันว่าชอบฤดูไหนมากที่สุดแล้ว ก็คงมีอีกคนที่ถามว่า  “แล้วไม่ชอบฤดูไหนมากที่สุด” ฉันคงตอบอย่างมั่นใจเลยว่า ฤดูฝน สำหรับฉันฝนคืออุปสรรคในชีวิต มันทำให้เราไปทำงานสาย ทำให้เราตัวเปียก และทำให้ฉันเสียเวลาไปตั้งมากมายเพื่อรอคอยมันหยุด ความทรงจำดี ๆ เพียงอย่างเดียวที่มีเกี่ยวฝน คงเป็นตอนที่ยังเด็ก ได้วิ่งเล่นกับสายฝนคลุกดินโคลนที่เปียกชุ่มอย่างสบายใจ

แต่สำหรับคนบางกลุ่ม ฝน อาจมีความหมายมากกว่านั้น ฝนอาจเป็นผลผลิตของคนกลุ่มหนึ่งที่ชื่อว่า “หนว่ยปฏิบัติการฝนหลวง” ที่ ตัวชี้วัดความสำเร็จของพวกเขา อาจหมายถึงปริมาณฝนที่ตกลงมาตามพื้นที่ที่ต้องการ และฝนก็อาจเปรียบเสมือน น้ำที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตให้กับคนบนพื้นดินอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำเกษตรกรรม

ถ้าไม่มีฝน ก็คงไม่มีผลผลิตข้าว และพืชผักออกมาให้เขาและเรา

ฝนดูเหมือนจะเกี่ยวพันกับชีวิตของสิ่งมีชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ฝนก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ เราคงไม่สามารถไปบอกธรรมชาติให้ฝนหยุดหรือตกได้ ตามที่ใจเราต้องการ แต่ใครจะคิด ว่าเราจะมีพระราชาที่เปี่ยมไปด้วยพระปรีชาสามารถ ที่ต่อรองกับธรรมชาติ เพื่อขอให้ฝนตกตามที่ต้องการแม้วันนี้จะไม่มีท่านแล้ว แต่สิ่งที่ท่านสร้างไว้ยังไม่เคยจางหาย ฝนเทียมยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างดีเยี่ยม  ฝนเทียมก็คงเหมือนน้ำหล่อเลี้ยง ให้เกษตรกรไทยยังมีความหวัง ในวันที่สภาพอากาศช่างแปรปรวนซะเหลือเกิน

ป่า

ถ้าหากไม่มีเมฆ ก็คงไม่เกิดฝน ถ้าหากไม่เกิดฝน ป่าก็คงจะอยู่ไม่ได้ แต่ถึงมีเมฆมีฝน แล้วถ้าป่าผืนนั้นไม่ได้รับการดูแล หนำซ้ำยังโดนบุกรุกจากน้ำมือมนุษย์อีก ต่อให้ฝนตกเพียงใด ป่าก็ยากจะอุดมสมบูรณ์ ป่าในที่นี้ไม่ใช่ผืนป่าอันกว้างใหญ่ไพศาลอย่างที่เราจินตนาการ แต่คือป่าชุมชม ที่คนในชุมชนทุกคนต้องช่วยกันรักษา

ป่าชุมชม คือ ผืนป่าที่มีอาณาบริเวณติดอยู่กับพื้นที่ของชุมชน จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดูแล โดยส่วนตัวฉันเองมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า ทรัพยากรธรรมชาติ ยิ่งอยู่ใกล้เงื้อมมือมนุษย์มากเท่าไหร่ ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะถูกทำลายมากขึ้นเท่านั้น ป่าชุมชนจึงเกิดขึ้นเพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรที่เรามีอยู่ พูดอย่างง่ายก็คือ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของร่วมกัน

ที่ ต.บ้านโข้ง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เป็นอีกชุมชนหนึ่ง ที่หวงแหนในป่าชุมชนของตนเอง เพราะป่าชุมชนจะอุดมสมบูรณ์ได้นั้น ส่วนหนึ่งก็ต้องมาจากความแข็งแรงของชุมชน จากการพูดคุยกับชาวบ้านพบว่า มีการกำหนดช่วงเวลาในการเข้าไปเก็บของป่าตามฤดูกาล อีกทั้งยังส่งเสริมกิจกรรมปลูกป่ากันอย่างต่อเนื่อง

ถึงวันนี้ป่าชุมชนผืนนี้อาจจะยังไม่ได้เป็นป่าชุมชนที่สมบูรณ์ที่สุด แต่หากป่าผืนนี้ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคนในชุมชนต่อไป  ป่าชุมชนผืนนี้ก็จะอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และก็คงอยู่คู่กับชุมชน  ไปได้อีกนาน เพราะคนต้องพึ่งป่า ป่าก็ย่อมพึ่งคน

เมฆ ฝน ป่า

เมฆก่อให้เกิดฝน ฝนให้ความชุ่มชื้นกับผืนป่า ทั้ง 3 เกี่ยวดองเป็นเพื่อนสนิทที่ต่างฝ่ายต่างพึ่งพิงอาศัยกัน  มันก็คงเหมือนความสัมพันธ์ของภาคสังคมในปัจจุบัน ที่รัฐก่อให้เกิดการรวมตัวของกลุ่มคน กลุ่มคนก็สร้างวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของตนเองขึ้นมา หากไร้วัฒนธรรมร่วมกัน กลุ่มคนจะเป็นปึกแผ่นสามัคคีได้อย่างไร และหากไร้ซึ่งความสามัคคีในกลุ่มคน รัฐจะดำรงต่อไปได้หรือ การดรงค์อยู่และการพัฒนาของประเทศ ควรสัมพันธ์เป็นหนึ่ง เหมือนเมฆ ฝน ป่า รัฐทำหน้าที่ดูแลความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยและพัฒนาประเทศ กลุ่มคนร่วมกันช่วยเหลือร่วมมือดุแลแก้ปัญหาที่รัฐอาจยากแก้ แล้วร่วมกันมองท้องฟ้าแห่งความสมดุล สมบูรณื ที่สวยงามร่วมกัน

เหมือนที่เมฆยังคงสร้างฝนโปรยลงป่า แล้วตอนนี้เราพร้อมเป็นเม็ดฝน ที่โปรยลงสร้างความชุ่มชื้นให้ผืนดิน ผืนป่ากันรึยัง

 

 

________________________

เรื่องและภาพ : พจน์ ณฐาภพ