เมื่อเด็กต้องการเสียงจากผู้ใหญ่ทุกคน ในการช่วยแก้ไขปัญหา

ข่าวการเปิดโปงกรณีทุจริตอาหารกลางวันโรงเรียน เป็นเรื่องที่ปรากฏให้เห็นอยู่เนือง ๆ ในสังคมไทย ซึ่งพอมีข่าว ก็จะมีภาพถาดอาหารที่เต็มพูนจนเกินพอดีตามออกมา พร้อมด้วยภาพเด็ก ๆ ที่ยิ้มแย้มเหมือนถูกกำกับมาอย่างไรอย่างนั้น แล้วพอเรื่องเงียบหายไป ใครเล่าจะรู้ว่า งบประมาณอาหารกลางวันที่มีอย่างจำกัดจำเขี่ยและการบริหารงบแบบมีพิรุธ จะทำให้เด็กได้รับสารอาหารพอสำรับช่วงอายุหรือไม่

จากบทความของ  “ช่องโหว่กินเงินอาหารกลางวันเด็ก คนน้อยทอนน้อย คนมากทอนมาก” ของหนังสือพิมพ์คมชัดลึก สรุปให้เห็นคร่าว ๆ ว่า การโกงค่าอาหารกลางวันเด็กทำได้หลายแบบ คือ

1.เบิกเงินมาแล้วไม่ไปซื้ออาหาร ให้เด็กห่อข่าวมากินเอง

2.ซื้ออาหารแต่ไม่เต็มงบประมาณมีเงินทอนเข้ากระเป๋า และ

3.ซื้ออาหารเต็มงบแต่ขอส่วนแบ่งจากร้านค้า

ไม่นานมานี้ ผู้เขียนด้มีโอกาสไปคุยกับ ผู้อำนวยการโรงเรียนขยายโอกาสแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเด็กนักเรียนในความดูแล 548 คนกับงบอาหารกลางวัน 8,000 บาทต่อวัน ผู้อำนวยการเล่าว่า เด็กในโรงเรียนขยายโอกาสดังกล่าวมีงบอาหารกลางวันต่อหัววันละ 14 บาท

โถ…ชีวิต 14 บาทสมัยนี้ซื้อบะหมี่สำเร็จรูปยังจะได้สักกี่ซอง แล้วเด็กก็ต้องไปซื้ออาหารจากร้านสวัสดิการโรงเรียน ซึ่งก็เป็นทางโรงเรียนจัดหามาอีกนั่นแหละ ไม่รู้เงินเข้าใครออกใคร

แถมด้วยเรื่องสุขอนามัย เด็ก ๆ พอกินข้าวเสร็จแล้ว ก็จะพากันเอาถาดไปจุ่มน้ำในถังน้ำแบบค่ายทหาร น้ำล้างถาดก็จะเต็มไปด้วยเศษอาหารและคราบน้ำมัน วันรุ่งขึ้นถาดกึ่งเปียกกึ่งแห้งเหล่านี้ก็จะรอคอยการถูกนำมาใส่ข้าวให้พวกเขากินอีก (เย่)

หลายเมื่อมีการสุ่มตรวจ โรงเรียนเหมือนจะรู้ตัวก่อน พอเวลามีคนจะไปดูจริง ๆ จะเห็นภาพเด็กมีข้าวกินตามปกติ ซึ่งความจริงแล้ว เด็กอาจจะได้กินแต่น้ำแล้วไปหลับในเวลาเรียนเพราะหิวก็ได้ ความหิวข้าวกับเด็กวัยเจริญเติบโตเป็นอะไรที่มีผลมากกว่าที่คิด ยิ่งเด็กบางคนต้องช่วยพอแม่ทำงานตอนเย็นอีก แบบนี้ยิ่งไม่ต้องเรียนกันพอดี ส่งผลต่อปัญหาทางการศึกษาที่ตามมาอีกมาก เราเคยคิดบ้างไหมว่าปัญหาหลายอย่างทางการศึกษา อาจจะเกิดจากเด็กมีข้าวกลางวันกินไม่พอก็ได้

สำนักข่าวใหญ่หลายฉบับพาดหัวข่าวกันโครม ๆ ว่า ไทยจะขยายพื้นที่ลงทุนให้บริษัทยักษ์ใหญ่ จะถมทะเลพันไร่ จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอย่างโน้นอย่างนี้ จะเป็นไทยแลนด์ 4.0 แต่เรากำลังมองข้ามอะไรไปหรือเปล่า?

ในยุคที่ความอดอยากหาพบได้ยากแล้ว แต่ภาวะขาดสารอาหารหรือ “ทุพโภชนาการ” ยังมีอยู่มาก แม้แต่เราที่เป็นผู้ใหญ่ ก็ใช่ว่าจะมีโอกาสได้กินอาหารครบหมู่ทุกมื้อ แต่นี่คือเด็ก เราต่างพูดกันว่าเด็กคืออนาคตของชาติ เราควรมุ่งเน้นพัฒนาการสมองของเด็กให้มากกว่านี้

แล้วจะทำอย่างไร แจกวิตามินให้โรงเรียนดีไหม? แล้วจะเอางบจากไหนดี การเพิ่มงบประมาณ ดูเป็นการส่งเสริมให้เกิดการ “บริหารทรัพยากรผิดพลาด” มากขึ้น

นี่เป็นปัญหาที่แก้ได้ยากยิ่ง เพราะแม้แต่โรงเรียนเอกชนค่าเทอมแพง หรือโรงเรียนรัฐเข้ายาก ก็ยังมีแต่อาหารแบบอาหารกลางวันโรงเรียนอยู่ดี ทำให้นึกถึงข่าวที่เด็กโรงเรียนเอกชนแพงมากแห่งหนึ่งในอำเภอศรีราชารวมตัวกันประท้วงโรงเรียนทางทวิตเตอร์ โดยแชร์ภาพข้าวเหนียวไก่ขนาดเท่าแมวดมที่ได้เป็นอาหารกลางวัน ไม่คุ้มค่าเทอม นี่คือโรงเรียนเอกชน แต่พอเป็นเด็กในโรงเรียนขยายโอกาสเด็กกลับดูไม่มีโอกาสหรือไม่มีปากเสียงเลย

เด็ก ๆ ได้แต่ยิ้มรับ

มาช่วยเป็นปากเสียงแทนเด็กกันเถอะ เพราะถึงวันนี้ แม้จะยังคิดทางแก้ปัญหาไม่ได้ แต่เชื่อว่าบ้านเรามีผู้ใหญ่หลายท่านที่มีประสบการณ์และวิสัยทัศน์กว้างไกลน่าจะหาทางแก้ได้ในที่สุด

 

_______________________________________

Story by : Donna N. Pacem 

Cover by : parentsone.com